Facebook Fanpage


Miracle Rash Treatment

Review Miracle Rash Treatment

ผลการรักษาขึ้นอยู่กับเเต่ละบุคคล

รักษาผิวผื่นแพ้ ผิวบอบบาง ผิวหลุดลอก
ผิวแพ้ง่าย ลดอาการระคายเคือง
ด้วยทรีทเม้นต์บำรุงฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง
เพิ่มความชุ่มชื้น อ่อนเยาว์ เปล่งประกาย
ผิวสว่างกระจ่างขาวอมชมพูสดใสได้ดั่งใจ

ราคาปกติครั้งละ 1,000 บาท

คอร์สจำนวน 8 ครั้ง ราคา 5,000 บาท

——————————————————

ต้องการสอบถามข้อมูล/นัดคิวพบแพทย์

มีให้บริการทั้งทาง Line เเละ FB กดที่ไอคอนได้เลยค่ะ

Line icon   FB icon

เปิดให้บริการทุกวันเวลา 11:00 น. – 20:00 น.
โทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

- สาขาสุขุมวิท 42/1 : 096-895-4232 , 02-712-2127

- สาขาลาดพร้าว 114 : 094-794-2423 , 02-931-8999

- สาขาปิ่นเกล้าแยกบรมราชชนนี : 095-649-4623 , 02-881-7888

- สาขา BTS วงเวียนใหญ่ : 061-645-1646 , 02-862-1999

- สาขาเมืองทองธานี : 096-946-9665 , 02-981-7888

- สาขารังสิต พหลโยธิน 74 : 099-232-9936 , 02-998-9666

แผนที่คลินิกคลิ๊ก !!

               ปัญหาผื่นแพ้ผิวเป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้นทุกวัน เนื่องจากการเกิดการแพ้นั้น เกิดได้จากสองปัจจัยหลักคือ ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก เมื่อตัดเรื่องปัจจัยภายใน คือการแพ้ที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราออกไปแล้ว ปัจจัยภายนอกที่มากระทบผิวก็เป็นปัญหาใหญ่ที่มองข้ามไปไม่ได้ ปัจจัยภายนอกหมายรวมไปถึงภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ฝุ่นละอองมลภาวะในอากาศ ไรฝุ่น ละอองเกสร สารเคมี แชมพู ครีม เครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำ ต่างก็ทำให้ผิวเกิดการแพ้ได้ทั้งสิ้น รวมถึงผิวบอบบางนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนไม่คงที่ในช่วงวัยรุ่น การตั้งครรภ์ หรือวัยที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสาเหตุหนึ่ง และสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ควรประเมินค่าไว้ต่ำเลยเชียว ก็คือ ความเครียดจากการทำงาน การอดนอน ความกังวล หรือได้สารอาหารไม่ครบถ้วนจากนิสัยการกินที่ผิด ซึ่งมีส่วนทำให้สภาพผิวย้ำแย่นั้นดิ่งลงเหวไปอีก รวมทั้ง การลองสลับใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ๆ อีกหลายชนิดก็ยิ่งทำให้สภาพผิวแปรปรวน โดยเฉพาะที่ใบหน้า ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีเกราะป้องกันน้อยกว่าผิวกายอยู่แล้ว ดังนั้น การบำรุงจะช่วยไม่ให้ผิวเกิดการอักเสบได้ด้วยการรักษาความชุ่มชื้นในผิว

               ปัญหาผื่นแพ้ของผิวหนัง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ

               1. ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) เป็นปัญหาของผิวแพ้เฉพาะตัว คล้ายกับการแพ้ยารับประทาน มีความแตกต่าง ในแต่ละบุคคล ซึ่งเมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จะเกิดปฏิกิริยาการแพ้ ทำให้เกิดผื่นสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ก็จะเป็นสารเคมีโดยทั่วไป เช่น กลุ่มน้ำหอม (Fragrance) หรือกลุ่มสารกันเสีย (Preservative) วิธีการหาสารที่แพ้จะเป็นการทดสอบ ด้วยวิธีที่เรียกว่า Patch Test ซึ่งเป็นทดสอบหาสารที่ทำให้เกิดการแพ้โดยทดสอบกับผิวหนังโดยตรง
               2. ผื่นระคายสัมผัส (Irritant Contact Dermatitis) พบได้บ่อยกว่าโดยเฉพาะผู้ที่มีเรื่องของผิวแห้ง เกิดจากการสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ปัจจัยที่จะทำให้เกิดผื่นระคายสัมผัสขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสารก่อระคายว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน เช่น สบู่, ผงซักฟอก, แชมพู หรือกลุ่มยารักษาสิว, ยากลุ่มกรด วิตามินเอ, สารพวก AHA ปกติผิวหนังจะมีค่าความเป็นกรดอ่อนดังนั้นถ้าเราสัมผัสสารที่มีความเป็นกรดด่างสูงก็จะเกิดปัญหาได้ โดยลักษณะของผิวหนังที่สัมผัสสาร เช่น ผิวแห้ง, ผิวบาง ตำแหน่งผิวที่สัมผัสสาร เช่น บริเวณรอบตา ผิวจะบอบบางมีโอกาสแพ้ง่าย หรือผิวหนังที่เปียกชื้น จะเป็นช่วงที่ผิวอ่อนแอ รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ผิวหนัง จะมีปัญหาผิวแพ้ระคายเคืองง่าย ผิวเด็ก หรือ ผิวผู้ที่สูงอายุก็มีโอกาสแพ้ได้มาก รวมทั้งระยะเวลาที่สัมผัสสารถ้าสัมผัสสารต่อเนื่องเป็นประจำ ก็จะเกิดแพ้ได้มากกว่าผู้ที่สัมผัสสารระยะสั้น เช่น คนที่ต้องทำงานรักษาความสะอาด, ผู้ที่ทำงานบ้าน

Urishiol Contact Dermatitis (Poison Ivy Rash)

               ลักษณะผู้ที่มีปัญหาผื่นแพ้ของผิวหนัง

          อาการในระยะแรก เกิดการระคายเคืองผิว สภาพผิวบางลง มีลักษณะแห้งเป็นขุย ลอก แสบร้อนเล็กน้อย ผิวมีความไวกับแสงแดด เริ่มมีการเปลี่ยนสีเข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาอาจจะมีอาการคันเป็นตุ่มน้ำใสในรายที่มีการแพ้รุนแรง รวมทั้งจะมีน้ำเหลืองแฉะ ถ้าไม่ได้รักษาจะกลายเป็นผื่นแห้งสากหนา

               การป้องกัน

               คือ การหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดการแพ้ระมัดระวังในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันนี้เครื่องสำอางมีหลากหลายผู้บริโภคมีโอกาสการใช้มากขึ้น ดั้งนั้นก็จะมีความเสี่ยงของการแพ้มากขึ้นด้วย จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรอ่อนโยนปราศจากน้ำหอม และปราศจากแอลกอฮอล์ ผ่านการทดสอบว่าไม่แพ้ มีค่าความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่รักษาผิวหน้าเรื่องสิว หรือฝ้ากระ หรือการใช้กลุ่มเครื่องสำอางเพื่อหน้าขาวใส จะมีความเสี่ยงเรื่องของผิวแห้งลอกระคายเคืองง่าย เนื่องจากมีโอกาสที่จะใช้สารที่ทำให้ผิวลอกได้มาก ช่วงเริ่มต้นการใช้ครีมเหล่านี้ควรทาปริมาณไม่มากมีการเว้นระยะการใช้ หรือทดสอบ (Use Test) โดยทาครีมที่ท้องแขนเช้า-เย็น ติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ว่ามีผื่นเกิดขึ้นหรือไม่

               วิธีทดสอบ : แปะสารที่สงสัยเข้ากับผิวหนัง แล้วดูผลการเปลี่ยนแปลงว่ามีผื่นขึ้นในตำแหน่งที่เราทดสอบหรือไม่

               เบื้องต้นคือ ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยใดๆ ก็ตามที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้บนใบหน้า ร่วมกับการฟื้นฟูสภาพผิว เมื่อมีอาการแพ้ การทายาลดผื่นแพ้จะเป็นทางเลือกแรก แต่ก็ไม่ควรใช้ยาเหล่านี้ในระยะยาว เนื่องจากจะเกิดอาการดื้อยา เมื่อผื่นลดลงก็อาจจะสลับไปใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารธรรมชาติ ที่ช่วยลดอาการระคายเคือง การทำทรีทเม้นต์บำรุงจะทำให้เห็นผลการรักษาเร็วขึ้น ผิวกลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น ช่วยลดอาการระคายเคือง และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้มีความยืดหยุ่นกลับคืนสภาพดั่งเดิมได้อย่างรวดเร็วขึ้นได้เช่นกัน

               การฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากอาจทำได้โดยการรับบริการ Miracle Rash Treatment เพื่อนำตัวยาที่ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น ลดอาการลอกของผิว หรือผื่นบวมแดงได้ดีในช่วงที่มีผื่นแพ้อยู่ และตัวที่ช่วยได้ดีมากๆ คือ

โปรแกรม Miracle Rash Treatment ดูแลผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ

               ขั้นตอนแรก Deep Gentle Cleanser การทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยนล้ำลึกโดยเฉพาะสำหรับผิวแพ้ง่าย บอบบาง เพื่อผิวหน้าสะอาดอย่างแท้จริง ฝุ่นละออง คราบไขมัน สิ่งสกปรกอุดตันตามรูขุมขนจะถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น

               ตามด้วย Miracle Rash Treatment การให้บริการทรีทเม้นต์ส่งผ่านตัวยา มัลติวิตามินเข้มข้น ลดอาการแพ้ และบำรุงฟื้นฟูผิว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอกทำให้ได้เซลล์ผิวใหม่ที่ดูสดใส แข็งแรง และมีสุขภาพดี พร้อมสารสกัดอโรเวล่าเจลที่มีสรรพคุณในการสมานเซลล์ผิว โดยใช้ระบบความเย็นเข้าสู่รูขุมขนบนใบหน้าอย่างอ่อนโยน กระตุ้นการไหลเวียนใต้ชั้นผิว พร้อมส่งผ่านวิตามินลงสู่ผิวชั้นลึก ช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง ชุ่มชื่น แลดูอ่อนเยาว์ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใสทั่วใบหน้าเหมือนมีชีวิตใหม่ และยังมีหน้าที่ไปช่วยยับยั้งการอ็อกซิเดชั่นของเอ็มไซน์ในร่างกายเรา ลดอาการผื่นแพ้ให้ดูจางลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความเย็นยังช่วยทำให้รูขุมขนปิดกระชับขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

               ขั้นตอนสุดท้าย Anti-Rash Tender Mask ตัวมาส์กที่มีความอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษ ช่วยเข้าบำรุงเซลล์ผิวให้มีความชุ่มชื้น อวบอิ่มไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ เพิ่มความแข็งแรงต่อสภาพวะแวดล้อมต่าง พร้อมตัวบำรุงผิวเพื่อต้านสารอนุมูลอิสระไม่ให้ทำร้ายเซลล์ผิว

               TIPS

          ถ้ามีแนวโน้มเป็นคนผิวแพ้ง่ายอยู่แล้วไม่ควรทำความสะอาดผิวด้วยน้ำอุ่นจัด หรือล้างหน้าบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการขัดถูผิวอย่างรุนแรง งดการทำ Laser ที่ทำให้ผิวแห้ง หรือถ้ามีทำ Treatment แล้วหลังทำต้องดูแลเป็นพิเศษ ควรหลบแดด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดไม่ควรเป็นสบู่ก้อน เนื่องจากมีความเป็นด่างสูง ซึ่งจะดึงน้ำมันออกจากผิวหนังทำให้ผิวแห้ง มีโอกาสระคายเคืองง่ายไม่ใช้ปริมาณมากเกินไป ไม่ฟอกล้างนานเกินไป

          ขอแนะนำว่าคนผิวแพ้ง่ายหลังทำความสะอาดผิวควรทาครีมบำรุงผิวทันที และทาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคงความชุ่มชื้น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในห้องแอร์ หรือช่วงอากาศหนาว เพราะยิ่งผิวแห้งก็จะเกิดปัญหาได้ง่าย ถ้าเกิดปัญหาแล้วควรพบแพทย์ทันที เพื่อรับการรักษาโดยเร็วไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาการจะเพิ่มมากขึ้น